วัคซีนโควิด -19 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อเอชไอวีหรือเปล่า

เขียนโดย:

Dr Deyn

Dr Deyn

Dr Natthakhet (Deyn) Yaemim, M.D., is the director and co-founder PULSE, a pan-Asian sexual health network of medical clinics and services. He earned his medical degree in Thailand and did advanced studies in Japan and Thailand. He is also affiliated as a researcher with Maastricht University, Netherlands.

แบ่งปัน:

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
Share on linkedin

โฆษณา

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังแข่งกันพัฒนาวัคซีนเพื่อยุติการระบาดของเชื้อโควิด -19 ก็เกิดความกังวลใหม่ขึ้นว่า วัคซีนบางตัวที่กำลังพัฒนาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้

ผู้วิจัยกลุ่มหนึ่งได้ตีพิมพ์รายงานในเดือนตุลาคมในวารสาร Lancet ว่าวัคซีนบางสูตรใช้องค์ประกอบที่อาจเป็นต้นเหตุทำให้การทดสอบวัคซีนเอชไอวีล้มเหลวในปี 2007 โดยการศึกษาวัคซีนในครั้งนั้นเพิ่มอัตราการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ชายที่เข้าร่วมในการวิจัย ที่น่าสนใจคือ ดร. Anthony Fauci ที่กลายเป็นคนดังระดับโลก จากการต่อสู้กับเชื้อโควิด -19 ใน สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ร่วมเขียนรายงานของการศึกษาในปี 2014 ที่สรุปปัญหาของวัคซีนเอชไอวีดังกล่าว

ปัญหาอยู่ที่ไหน

วัคซีนเกือบทั้งหมดใช้ไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเป็นพาหะเอาส่วนประกอบอื่นเข้าไปในร่างกาย และส่วนมากเป็นอะดีโนไวรัสซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นพิษเป็นภัย

อย่างไรก็ดี อะดิโนไวรัส 5 (Ad5) ที่ก่อให้เกิดปัญหาในวัคซีนเอชไอวีที่กล่าวถึงแล้วนั้น กำลังถูกนำมาใช้ในการออกแบบวัคซีนโควิด -19 บางตัว โดยวัคซีนบริษัท CanSino Biologics ของจีนมีความคืบหน้าไปมากที่สุด และกำลังวิจัยทางคลินิกในระยะที่สาม โดยทดลองใช้วัคซีนที่มี Ad5 เป็นองค์ประกอบ ในประเทศรัสเซียและปากีสถาน และยังจะขยายไปยังประเทศซาอุดิอาระเบีย บราซิล ชิลี และเม็กซิโก

แต่สิ่งสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเอเชียอยากให้เกิด คือ วัคซีนที่กลับสร้างปัญหามากขึ้น จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบันมีชาวเอเชีย 5.8 ล้านคนอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และในปี 2019 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 300,000 คนและเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับเอดส์ 160,000 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

แม้ว่าหลายประเทศจะประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่กระจายของเอชไอวี แต่การติดเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้นในบังคลาเทศ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิวกินี และการเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับเอดส์ยังพุ่งสูงขึ้นในประเทศดังกล่าวรวมถึงอินโดนีเซีย

แต่ยังโชคดีที่มีทางเลือกอื่น

วัคซีนที่กำลังได้รับการพัฒนาโดยบริษัทยาขนาดใหญ่ เช่น Johnson & Johnson และ AstraZeneca (ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด) ใช้อะดิโนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช้ Ad5 ในวัคซีนของตน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลก กระตุ้นให้ผู้ผลิตวัคซีนหลีกเลี่ยงการใช้ Ad5 ในภูมิภาค ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีสูงที่สุด รวมถึง Lawrence Corey หนึ่งในผู้ร่วมเขียนรายงานการวิจัย และผู้นำร่วมในการทดสอบวัคซีนที่ US National Institutes of Health ซึ่งกล่าวกับนิตยสาร Science ว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการทดสอบวัคซีนในพื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีสูง

แน่นอนว่า เราต้องหยุดยั้งเชื้อโควิด -19 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในการสู้กับโควิด ต้องไม่ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

เนื่องในวันเอดส์โลก (1 ธันวาคม) บทความทั้งหมดประจำสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องราวล่าสุดเกี่ยวกับเอชไอวีและผลกระทบต่อพวกเราทุกคน ถ้าคุณชอบงานของเรา อย่าลืมกดไลค์และฟอลเราทางสื่อโซเชียล (IG: @asiadotgay, และ FB: asiadotgay). นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนงานของเราได้ด้วยการบริจาคเพื่อช่วยเราถ่ายทอดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเอชไอวีในหลากหลายภาษาทั่วทวีปเอเชีย

ผู้เขียนคนเดียวกัน

รับการอัปเดตล่าสุด

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

ไม่มีสแปม แจ้งเตือนเฉพาะบทความใหม่