เส้นทางสู่หกสูง – ท่าเท้าชี้ฟ้าเปลี่ยนชีวิตเทรนเนอร์หนุ่มได้อย่างไร

เขียนโดย:

Yen Feng

Yen Feng

Yen is a freelance editor and yoga instructor at @yen.yoga on Instagram/TikTok and @yenyogasg on Telegram.

แบ่งปัน:

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
Share on linkedin

โฆษณา

ชื่อ: ณัฐพล เจ็งสุวรรณ (เคนเนธ)
อายุ: 39
ส่วนสูง: 170
น้ำหนัก: 65
ที่อยู่: กรุงเทพ
การออกกำลังที่ชอบ: มีหลายอย่าง ตั้งแต่ โยคะ หกสูง CrossFit แล้วก็ trail running เยอะอย่างนี้เรียกว่าโปรดได้หรือเปล่าครับ

ปัจจุบันณัฐพลทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดให้กับฟิตเนส แต่ก่อนหน้านี้แล้วไม่ใช่อย่างนั้น เขาจำได้ว่า 10 ปีที่แล้ว เคยน้ำหนัก 85 แถมยังกระเพาะอักเสบและปวดหัวเข่า

“ไม่ไหวแล้ว นี่ไม่ใช่ชีวิตที่ผมอยากได้” ณัฐพลหรือเคนเนธ วัย 39 กล่าว

แต่หลังจากนั้นเค้าก็เปลี่ยนชีวิตได้ เริ่มต้สจากการเป็นนักเต้นร่วมสมัย ฝึกซ้อมอยู่ในโรงเรียนเต้นและคณะเต้นทั้งในกรุงเทพฯและลอนดอนเป็นเวลาห้าปี

“ตอนนั้นผมทำงานติดโต๊ะ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เครียดมาก ผมไม่แคร์เลยว่ากินอะไร ไม่สนใจที่ออกกำลังกาย ผมหยุดดูแลตัวเองจนอ้วน ตอนนั้นผมรู้ตัวว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่ผมอยากเป็นตอนแก่ ผมก็เลยตัดสินใจเปลี่ยน!”

หลังจากนั้นเคนเนธเริ่มก้าวเข้าไปสู่โลกฟิตเนสมากขึ้นเรื่อยๆ และได้เก็บเกี่ยวใบประกาศนียบัตรและประสบการณ์การฝึกต่างๆ ทั้ง RYT200 สำหรับการสอนโยคะ การเป็นนักกีฬา CrossFit และผู้ฝึก Barre Exercise Master Trainer แต่ไม่นานนี้ เค้าเริ่มหลงรักการหกสูง

เราได้คุยกับเคนเนธเพราะอยากรู้เกี่ยวกับเส้นทางฟิตเนสและความหลงใหลต่อการหกสูงของเขา

ขอบคุณครับที่มาคุยกับเราวันนี้ครับ ไหนลองเล่าเกี่ยวกับเส้นทางการหกสูงของคุณสิครับ ว่าเริ่มต้นอย่างไร

ตอนที่ผมไปแอลเอช่วงซัมเมอร์สองเดือนเพื่อเยี่ยมพ่อและเรียนเต้นรำ ผมเดินผ่านโรงเรียน Cirque School of LA ผมเลยคิดลองเข้าไปดู เพราะมีหลายคลาสให้เลือกเรียน ผมก็เลือกคลาสหกสูง ในคลาสอื่น เค้าจะสอนให้เข้าใจเคล็ดลับและอุปกรณ์ที่ใช้ แต่สำหรับหกสูงอุปกรณ์เดียวที่คุณมีคือร่างกายตัวเอง สำหรับผมแล้วการทำความเข้าใจว่าร่างกายมนุษย์ทำงานอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก นอกจากนี้ข้อดีก็คือการหกสูงไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไร จะเล่นได้ที่ไหนก็เล่นด้วยตัวเองได้

ตอนปี 2018 ผมเริ่มไปเข้าเวิร์คช็อปหกสูงที่เกาะพังงัน ได้เจอเพื่อนใหม่เยอะแยะที่อยากยืนบนมือได้เหมือนกับผม ครูที่สอนบอกว่า “งานของคุณเริ่มขึ้นเมื่อจบคอร์สนี้ไปแล้วนั่นแหละ” ซึ่งอันนั้นตรงใจผมเลย

หลังจากเวิร์คช็อปหกวันนั้น ผมก็กลับบ้านที่กรุงเทพพร้อมด้วยเทคนิคและวิธีฝึก และความรู้ว่าจะยืนด้วยมือได้อย่างไร แต่ตอนนั้นผมยังหกสูงได้ไม่แข็งเท่าไหร่ ผมก็เลยต้องเริ่มลงแรง แล้วก็เริ่มหกสูงเป็นเวลา 365 วัน ซึ่งเป็นเป้าหมายของผมที่จะทำให้ได้ในปีนั้น

ยอดไปเลยครับ แล้วหกสูงนี่มันไปกันได้กับโปรแกรมฟิตเนสปกติของคุณแค่ไหน แล้วมันมีประโยชน์อะไรบ้างครับ

การหกสูงต้องใช้การควบคุมร่างกายสูงมาก และเพื่อจะควบคุมร่างกาย ร่างกายส่วนบนต้องแข็งแรง และเพื่อให้มีความแข็งแรงร่างกายส่วนบน คุณต้องเข้าใจร่างกายของคุณดีพอถึงจะรู้ว่าจะเทรนมันยังไง ผมเลยใช้การออกกำลังหลายประเภทในแผนฟิตเนสของผมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงร่วมกับเทคนิคหกสูงที่ได้เรียนมา

ประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมของการหกสูงสำหรับผมคือไม่ใช่แค่ความแข็งแรงที่ได้ โดยเฉพาะร่างกายท่อนบน แต่คือการมีสติรับรู้ร่างกายของตัวเอง ผมสามารถเอาเรื่องสตินี้ไปใช้ได้กับทุกอย่างรวมถึงเรื่องชีวิตด้วย แถมการห้อยหัวเอาเท้าชี้ฟ้ายังสนุกอีกต่างหาก การหกสูงได้นั้นเยี่ยมมาก โดยเฉพาะสำหรับรูป Instagram ใช่ไหมครับ

ผมเข้าใจเลย ! ไหนลองเล่าเกี่ยวกับ @handstandthailand. หน่อยสิครับว่าทำไมคุณถึงเริ่มไอจีนี้

ผมเน่ามากเวลาถ่ายรูปนิ่ง เพราะน่าอึดอัด เวลาผมถ่ายรูปเลยต้องเป็นรูปเต้นรำบ้าง รูปโยคะบ้าง รูปหกสูงบ้าง แต่พอมีรูปหกสูงเยอะ ก็เลยอยากมีพื้นที่เก็บรูปไว้ให้จำได้ว่าถ่ายที่ไหน

ผมก็เลยเปิดบัญชีไอจีเอาไว้รวบรวมรูปหกสูงไว้ที่เดียวกัน ช่วงโควิดล็อกดาวน์ออกนอกประเทศไม่ได้ ผมก็เที่ยวอยู่ในเมืองไทยและได้ไปเจอสถานที่น่ามหัศจรรย์มากมายในประเทศ ชื่อ @handstandthailand เลยตรงเป๊ะแถมยังคล้องจองอีก ตอนเปิดบัญชี ผมยังแทบไม่เชื่อเลยว่าไม่มีใครเอาชื่อนี้ไปใช้ก่อน

ไหนลองเล่าซิครับว่า คุณเปลี่ยนจากสุดยอดความไม่แอคทีฟไปสู่สุดยอดความแอคทีฟได้ยังไง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปครับ

ตอนที่ผมอ้วน ผมปวดเข่าและรู้สึกแย่มาก ผมไม่แฮปปี้เลย แต่ให้พูดตรงๆ คือ การเป็นเกย์อ้วนนั้นลำบาก ไม่ใช่แค่หาคู่ไม่ได้ แต่ยังถูกตัดสินจากเกย์คนอื่นด้วย

ตอนที่ผมเริ่มไปเข้าเรียนเต้นรำวันแรก ผมรู้สึกมีความสุขทุกวินาทีในห้องเรียน กลับถึงบ้านก็รู้สึกดี ตอนเข้านอนผมบอกกับตัวเองว่า “ลาออกจากงานเดิมดีกว่า แล้วเต้นรำให้เต็มที่ ถ้าเต้นรำเป็นอาชีพ ได้ ก็ไม่ต้องกลับไปทำงานอย่างนั้นอีกแล้วตลอดชีวิต”

ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มแอคทีฟ และพยายามที่จะปรับเส้นทางอาชีพของตัวเองจนกลายกลายเป็นครูสอนฟิตเนส สอนโยคะ และโค้ชหกสูงอีกด้วย

น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนเลยนะครับ งั้นเปลี่ยนเรื่องหน่อย สเปคผู้ชายชอบแบบไหนครับ 55

อืม ผมมีโลกส่วนตัวแล้วก็มีไลฟ์สไตล์อิสระ ผมมีความสุขกับกิจวัตรประจำวันของผมและก็อาจจะสติแตกได้ถ้าต้องผิดไปจากนั้น ผมเลยชอบผู้ชายที่พร้อมจะเข้าใจด้านนี้ของผมได้และไม่มีปัญหา ผมคิดว่าตัวเองก็เป็นคนที่เข้าใจและให้กำลังใจคนอื่น ก็เลยหาคนที่มีนิสัยเหมือนกัน

แน่นอนว่าเค้าไม่จำเป็นต้องหกสูงได้หรอก แต่ต้องมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟดูแลตัวเอง เพราะสำหรับผมแล้วผู้ชายที่ดูแลตัวเองเป็นคนมีเสน่ห์

อ้อ!! แล้วต้องชอบกอดชอบจูบด้วยนะครับ ถ้าจูบเก่งได้คะแนนพิเศษครับ!

ถ้าคุณอยากรู้จักผู้ชายคนนี้มากกว่านี้ ติดตามเค้าได้ที่ @krukennethเกี่ยวกับเรื่องไลฟ์สไตล์ ส่วนสำหรับภาพหกสูงทั่วประเทศไทยติดตามได้ที่ @handstandthailand

ผู้เขียนคนเดียวกัน

รับการอัปเดตล่าสุด

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

ไม่มีสแปม แจ้งเตือนเฉพาะบทความใหม่