Photo by cottonbro from Pexels

PrEP ป้องกันเอชไอวีได้ผลเกือบ 99% แต่ทำไมคนไม่ใช้กันมากกว่านี้

เขียนโดย:

Yen Feng

Yen Feng

Yen is a freelance editor and yoga instructor at @yen.yoga on Instagram/TikTok and @yenyogasg on Telegram.

แบ่งปัน:

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
Share on linkedin

โฆษณา

อะไรๆ เปลี่ยนไปมากตั้งแต่ช่วงพีคของการระบาดเอชไอวี/เอดส์ในช่วงทศวรรษ 1980 ปัจจุบันมียาจำนวนมากที่สามารถใช้ป้องกันและรักษาเอชไอวีได้ เช่น PrEP ซึ่งเป็นวิธีป้องกันเอชไอวีที่ได้ผลเกือบ 99% เมื่อใช้อย่างถูกต้อง

แต่แม้ PrEP จะมีประโยชน์ชัดเจน แต่ก็ยังถูกใช้น้อยกว่าที่ควรโดยกลุ่มผู้ที่ควรต้องใช้มากที่สุด นั่นคือ ผู้ชายเกย์และไบ หญิงข้ามเพศ และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

จากข้อมูลการศึกษาในปี 2018 แค่ 4% ของผู้ชายเกย์และไบในสหรัฐอเมริกาใช้ PrEP ส่วนในเอเชียยังไม่มีข้อมูลการใช้ PrEP ในภาพกว้าง แต่ประเทศจีนเพิ่งอนุมัติให้ใช้ Truvadaเป็น PrEP ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่น่าตื่นเต้นสำหรับกลุ่มนักกิจกรรมสิทธิความหลากหลายทางเพศในจีน

เนื่องจาก Truvada วางตลาดมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว เรื่องความปลอดภัยและความได้ผลจึงผ่านการทดสอบมาแล้วเป็นอย่างดี ส่วน Descovy เป็นยาป้องกันเอชไอวีอีกขนานหนึ่งที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดใหม่และอาจไม่เหมาะกับทุกคน เนื่องจากเพิ่งได้รับการทดสอบในกลุ่มเกย์และไบที่เป็นชายตรงกับเพศกำเนิด กับกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ต้องใช้ยา Truvada หรือชนิดไม่มียี่ห้อ (เจเนริก) ไปก่อน

ถ้า PrEP ได้ผลดี ทำไมคนไม่ใช้กันมากกว่านี้

ปัจจัยหนึ่งคือเรื่องราคา ยา Truvada บริษัทผู้ผลิตตั้งราคาไว้เกือบ 2000 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งเดือน ส่วนยาไม่มียี่ห้อแม้จะมีราคาต่ำกว่า แตสำหรับ Truvada ยังมีราคาถึง 1455 เหรียญสหรัฐซึ่งถูกกว่าตัวยามียี่ห้อแค่ประมาณ 25% ในปี 2021 คาดว่าราคาจะลดลงมาอีกพอสมควร เนื่องจากมีบริษัทยาเข้าสู่ตลาดยาไม่มียี่ห้อเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีราคาของ PrEP นั้นแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในเอเชีย มีผู้เดินทางมาที่กรุงเทพเพื่อซื้อ PrEP จำนวนไม่น้อย เพราะราคาแค่ 20 เหรียญสหรัฐสำหรับ 30 วัน อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ PrEP ในกรุงเทพได้ที่นี่

นอกจากราคา แล้วยังมีอุปสรรคอะไรอีก

ยังมีอุปสรรคด้านวัฒนธรรมและพฤติกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น ความอับอาย ในเอเชียและทั่วโลก เอชไอวีและ PrEP ยังถูกตีตราอยู่มาก บ่อยครั้ง คนอาจไม่สบายใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ไม่ว่าจะกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่กับแพทย์ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการสุขภาพบางส่วนก็ไม่ชอบพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรับข้อมูลที่ถูกต้องน้อยลงไปอีก

อีกเหตุผลหนึ่งคือผู้คนมักประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีต่ำเกินไป แม้จะรู้ว่าความเสี่ยงติดเชื้อนั้นมีอยู่ แต่กลับไม่คิดว่าตัวเองเสี่ยง เควิน โรเบิร์ต ฟรอสต์ ผู้บริหาร AmFar ซึ่งเป็นหนึ่งในมูลนิธิวิจัยด้านเอดส์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกกล่าว

เขากล่าว ตัวอย่างเช่น ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียวอาจประเมินความเสี่ยงเอชไอวีต่ำเกินไป และคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้ PrEP ชุมชนที่จำเป็นต้องใช้ PrEP มากที่สุดกลับเป็นชุมชนที่ใช้จริงน้อยที่สุด

ผู้เขียนคนเดียวกัน

รับการอัปเดตล่าสุด

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

ไม่มีสแปม แจ้งเตือนเฉพาะบทความใหม่