เอชไอวีกับการซึมเศร้า: อาการและการดูแลรักษา

เขียนโดย:

asiadotgay

asiadotgay

asia.gay is your reference to travel, lifestyle, sex, relationships, health, culture and communities across Asia, in multiple languages.

แบ่งปัน:

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp
Share on linkedin

โฆษณา

การอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการสุขภาพจิตรวมถึงอาการซึมเศร้าได้ ตามสถิติแล้ว อาการซึมเศร้านั้นมีผลต่อ 39% ของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี

อาการซึมเศร้านั้นอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันและทำให้การทำตามแผนการรักษาเอชไอวีของคุณลำบากมากขึ้น

ถ้าคุณคิดว่ามีอาการซึมเศร้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และปรึกษาเกี่ยวกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงหรืออาการอื่นๆ

อาการซึมเศร้า

ถ้าคุณมีความรู้สึกซึมหรือมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ทุกวันหรือเกือบทุกวันเป็นเวลาสองสัปดาห์ขึ้นไปอาจหมายความว่าคุณมีอาการซึมเศร้า

อาการซึมเศร้า ได้แก่:

  • รู้สึกเศร้าหรืออ้างว้างบ่อยๆ
  • รู้สึกหมดหวังหรือมองโลกในแง่ร้าย
  • รู้สึกตัวเองไม่มีค่าหรือรู้สึกผิด
  • รู้สึกหงุดหงิดหรืออยู่ไม่เป็นสุข
  • เลิกสนใจกิจกรรมที่เคยชอบ
  • พลังงานลดลงหรือเหนื่อยง่าย
  • รูปแบบการนอนหลับเปลี่ยนแปลง
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลง
  • พูดหรือเคลื่อนไหวช้าลง
  • มีปัญหาสมาธิหรือความจำ
  • มีปัญหาการเจ็บปวดหรือการย่อยอาหารที่ไม่รู้สาเหตุ
  • ความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย

การรักษาเอชไอวีกับการซึมเศร้า

การอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีและอาการสุขภาพอื่นๆ เป็นเรื่องท้าทาย แต่นั่นเป็นแค่เหตุผลที่เป็นไปได้อย่างหนึ่งของอาการซึมเศร้า

ยาบางชนิดยังอาจมีส่วนทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ด้วย

การใช้ยาต้านไวรัส (ART) เป็นส่วนสำคัญของการรักษาเอชไอวี และยา ART บางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงทางจิตใจ รวมถึงการซึมเศร้าและวิตกกังวล

หรือถ้าคุณมีอาการทางจิตใจอยู่แล้ว ยา ART บางชนิดอาจทำให้มีอาการมากขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังเป็นไปได้ว่ายารักษาอาการซึมเศร้าอาจมีปฏิกิริยากับยา ART บางชนิด

คุณควรบอกแพทย์ว่ากำลังกินยาอะไรอยู่บ้าง และถามเกี่ยวกับอาการข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดได้

ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ ถ้าคุณคิดว่าอาจได้รับผลข้างเคียงจากยาต้านเอชไอหรืออาการซึมเศร้า อย่าหยุดกินยาที่แพทย์สั่งโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน

การรักษาอาการซึมเศร้า

แพทย์อาจใช้วิธีหนึ่งวิธีใดต่อไปนี้หรือหลายวิธีร่วมกันในการรักษาอาการซึมเศร้า:

  • วาจาบำบัด
  • ยา
  • เปลี่ยนไลฟ์สไตล์

ตัวอย่างของยารักษาอาการซึมเศร้า ได้แก่:

  • selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) เช่น fluoxetine (Prozac), paroxetine (Paxil), sertraline (Zoloft), หรือ citalopram (Celexa)
  • bupropion (Wellbutrin) ที่ใช้ช่วยเลิกบุหรี่ด้วย
  • tricyclic antidepressants (TCAs) เช่น imipramine (Tofranil)

จากข้อมูลของ National Institute of Mental Health กว่าที่ยารักษาอาการซึมเศร้าจะมีผลเต็มที่นั้นต้องใช้เวลาสองถึงสี่อาทิตย์

โดยแพทย์จะติดตามดู:

  • การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์
  • ผลข้างเคียง
  • ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นกับยา ART

และอาจแนะนำให้คุณเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์

เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำอาจช่วยลดความเครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้น ถ้าคุณไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อน ควรขอคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย

ถ้าวาจาบำบัด ยา และการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ยังไม่เพียงพอในการลดอาการซึมเศร้า แพทย์อาจสั่งให้ใช้ electroconvulsive therapy (ECT) หรือการรักษาด้วยการกระตุ้นสมองวิธีอื่นๆ

แหล่งให้ความช่วยเหลือ

การรักษาอาการซึมเศร้าสามารถช่วยลดอาการและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

แพทย์อาจส่งต่อคุณไปปรึกษากับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อการวินิจฉัยและรักษา นักจิตวิทยาทำการรักษาด้วยวาจาบำบัด ส่วนจิตแพทย์อาจสั่งยาให้รับประทาน

แรงสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนยังช่วยคุณรับมือกับอาการซึมเศร้าได้ คุณควรหาคนที่คุณไว้ใจ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณประสบและบอกเค้าว่าจะช่วยคุณได้อย่างไร

ข้อคิด

การซึมเศร้าเป็นอาการด้านจิตใจที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี อาการเศร้าตลอดเวลา เหนื่อย และหมดความสนใจในกิจกรรมโปรด เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาการที่อาจเกิดขึ้นได้

ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบ ถ้าคุณคิดว่ากำลังซึมเศร้าหรือมีอาการทางจิตใจอื่นๆ แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับการรักษา หรือแนะนำให้คุณปรึกษากับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์

คุณต้องบอกแพทย์ว่ากำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง เพราะยาต้านอาการซึมเศร้าและยา ART บางอย่างอาจมีปฏิกิริยาต่อกัน แล้วแพทย์จะช่วยหาแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

ผู้เขียนคนเดียวกัน

รับการอัปเดตล่าสุด

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

ไม่มีสแปม แจ้งเตือนเฉพาะบทความใหม่